เมนู

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [21.อสีตินิบาต] 4.กุณาลชาดก (536)
[345] หญิงทั้งปวงกินทุกอย่างเหมือนเปลวไฟ
พัดพาเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปเหมือนแม่น้ำ
เกาะเกี่ยวเหมือนเรียวหนาม
ย่อมคบหาชายเพราะเหตุแห่งทรัพย์
[346] ก็นรชนใดปลงใจเชื่อหญิงทุกสิ่งทุกอย่าง
นรชนนั้นชื่อว่าดักลมด้วยตาข่าย
วิดน้ำทะเลด้วยฝ่ามือข้างเดียว
ปรบมือข้างเดียวของตนให้เกิดเสียง ก็รู้ได้ยาก
[347] ภาวะของหญิงที่เป็นนางโจร
รู้มาก หาความจริงได้ยาก
เป็นการลำบากที่จะหยั่งรู้เหมือนรอยทางปลาในน้ำ
[348] หญิงทั้งหลายเหล่านั้นไม่รู้จักพอ
พูดจาไพเราะอ่อนหวาน เต็มได้ยาก
เหมือนแม่น้ำย่อมทำให้ล่มจม
ชายรู้แจ้งชัดแล้วพึงเว้นเสียให้ห่างไกล
[349] หญิงทั้งหลายยั่วยวนให้ลุ่มหลง
มีมายามาก ทำพรหมจรรย์ให้กำเริบ
ย่อมทำให้ล่มจมเสียหาย
ชายรู้แจ้งชัดแล้วพึงเว้นเสียให้ห่างไกล
[350] ก็หญิงทั้งหลายเหล่านั้นเข้าไปคบหาชายใด
ด้วยความพอใจหรือด้วยทรัพย์ก็ตาม
ก็ติดตามเผาผลาญชายนั้นโดยทันที
เหมือนไฟป่าเผาผลาญสถานที่ของตน
ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ได้ยินว่า ครั้งนั้น พญานกกุณาละรู้แจ้งชัดซึ่งคาถาทั้ง
เบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุดของนารทเทวพราหมณ์ จึงได้กล่าวคาถาเหล่านี้ใน
เวลานั้นว่า

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : 28 หน้า :154 }


พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [21.อสีตินิบาต] 4.กุณาลชาดก (536)
[351] บัณฑิตพึงเจรจากับคนผู้ถือดาบอันคมกริบ
พึงเจรจาแม้กับปีศาจผู้ดุร้าย
พึงเข้าไปนั่งใกล้งูตัวที่มีพิษร้ายแรง
แต่อย่าพึงเจรจากับหญิงตัวต่อตัว
[352] เพราะว่านารีทั้งหลายเป็นผู้ย่ำยีจิตของชาวโลก
มีการฟ้อนรำขับร้อง เจรจา
และการแย้มยิ้มเป็นอาวุธ
ย่อมเบียดเบียนชายผู้มีสติไม่มั่นคง
เหมือนหมู่นางรากษสบนเกาะเบียดเบียนพวกพ่อค้า
[353] หญิงเหล่านั้นไม่มีวินัย ไม่สังวร
พวกเธอยินดีในน้ำเมาและเนื้อสัตว์ ไม่มีความสำรวม
ย่อมฮุบเอาทรัพย์ที่ชายหามาได้
เหมือนปลาติมิงคละกลืนกินมังกรในสาคร
[354] หญิงทั้งหลายมีกามคุณทั้ง 5 อันน่าพอใจเป็นเหยื่อล่อ
มีจิตฟุ้งซ่านไม่แน่นอน ไม่มีความสำรวม
ย่อมแล่นเข้าไปหาชายผู้มีความมัวเมา
เหมือนแม่น้ำทั้งหลายย่อมไหลไปสู่ทะเล
[355] หญิงทั้งหลายประเล้าประโลมชายใดเพราะความพอใจ
เพราะความยินดีหรือเพราะทรัพย์ก็ตาม
ชื่อว่าเป็นผู้ฆ่าชายนั้นด้วยราคะ โทสะ
ย่อมเผาผลาญชายเช่นนั้นให้เป็นแม้ดังเช่นไฟ
[356] หญิงทั้งหลายรู้ว่า ชายใดเป็นผู้มั่งคั่ง
มีทรัพย์มาก ย่อมแล่นเข้าไปหา
ย่อมผูกมัดชายนั้นผู้มีจิตกำหนัดยินดีไว้ด้วยเรือนร่างของตน
เหมือนเถาย่านทรายรัดรึงต้นสาละในป่า

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : 28 หน้า :155 }