เมนู

ก็แลครั้นกล่าวอย่างนั้นแล้ว กล่าวว่า " ข้าพเจ้าได้ทำความสำคัญ
ในท่านว่าเป็นสมณะสิ้นกาลประมาณเท่านี้, บัดนี้ ท่านขว้างท่อนไม้ไป
เพราะความเป็นผู้ประสงค์จะประหารข้าพเจ้า, ท่านไม่เป็นสมณะแต่กาล
ที่ท่านขว้างท่อนไม้ไปแล้วทีเดียว, ประโยชน์อะไรด้วนชฎาทั้งหลายของ
บุคคลผู้ทรามปัญญาเช่นท่าน, ประโยชน์อะไรด้วยหนังเนื้อชื่ออชินะพร้อม
ทั้งกีบ. เพราะภายในของท่านรกรุงรัง, ท่านย่อมเกลี้ยงเกลาแต่ภายนอก
อย่างเดียวเท่านั้น."
พระศาสดา ครั้นทรงนำอดีตนิทานนี้มาแล้ว ตรัสว่า " พราหมณ์
นี้ ได้เป็นดาบสผู้หลอกลวงในกาลนั้น, ส่วนพระยาเหี้ย ได้เป็นเรานี่เอง "
ดังนี้ แล้วทรงประมวลชาดก เมื่อจะทรงแสดงเหตุแห่งดาบสนั้น ถูกเหี้ย
ตัวฉลาดข่มในกาลนั้น จึงตรัสพระคาถานี้ว่า :-
11. กินฺเต ชฏาหิ ทุมฺเมธ กินฺเต อชินสาฏิยา
อพฺภนฺตรนฺเต คหนํ พาหิรํ ปริมชฺชสิ.
" ผู้มีปัญญาทราม ประโยชน์อะไรด้วยชฎา
ทั้งหลายของเธอ, ประโยชน์อะไรด้วยผ้าที่ทำด้วย
หนังเนื้อชื่ออชินะของเธอ; ภายในของเธอรกรุงรัง,
เธอย่อมเกลี้ยงเกลาแต่ภายนอก. "

แก้อรรถ


บรรดาบทเหล่านั้น สองบทว่า กินฺเต ชฏาหิ ความว่า ดูก่อน
ผู้ทรามปัญญา ประโยชน์อะไรด้วยชฎาเหล่านี้ แม้อันเธอเกล้าไว้ดีแล้ว
และด้วยผ้าสาฎกที่ทำด้วยหนังเนื้อชื่ออชินะนี้ พร้อมทั้งกีบอันเธอนุ่งแล้ว
ของเธอ.