เมนู

5. เรื่องสานุสามเณร [236]



ข้อความเบื้องต้น


พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภสามเณร ชื่อ
สานุ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า " อิทํ ปุเร " เป็นต้น.

สานุสามเณรประกาศธรรม


ได้ยินว่า สามเณรนั้นได้เป็นบุตรน้อยคนเดียวของอุบาสิกาคนหนึ่ง.
ครั้งนั้น นางให้เธอบรรพชาในกาลที่เธอเป็นเด็กทีเดียว. ตั้งแต่กาลที่
บรรพชาแล้ว เธอได้เป็นผู้มีศีล สมบูรณ์ด้วยวัตร. เธอได้กระทำวัตรแก่
อาจารย์ อุปัชฌายะ และพระอาคันตุกะทั้งหลายทีเดียว. ตลอด 8 วัน
ของเดือน เธอลุกขึ้นแต่เช้าตรู่ เข้าไปตั้งน้ำในโรงน้ำ ปัดกวาดโรง
ธัมมัสสวนะ ตามประทีป ประกาศธัมมัสสวนะด้วยน้ำเสียงอันไพเราะ.
ภิกษุทั้งหลายทราบเรี่ยวแรงของเธอแล้ว ย่อมเชื้อเชิญว่า " จงกล่าวบท
ภาณะเถิด สามเณร." เธอไม่กระทำอิดเอื้อนไร ๆ ว่า " ลมเสียดแทง
หทัยของผม, หรือโรคไอเบียดเบียนผม" ขึ้นสู่ธรรมาสน์ กล่าวบทภาณะ
เหมือนจะให้น้ำในอากาศตกลง เมื่อจะลง ย่อมกล่าวว่า " ข้าพเจ้าให้ส่วน
บุญ ในเพราะการกล่าวนี้แก่มารดาและบิดาของข้าพเจ้า." มนุษย์ทั้งหลาย
หาทราบความที่เธอให้ส่วนบุญแก่มารดาและบิดาไม่.

ยักษิณีเคยเป็นมารดาของสานุสามเณร


ก็มารดาของเธอเกิดเป็นยักษิณีในอัตภาพเป็นลำดับ นางมากับ
เทวดาทั้งหลาย ฟังธรรมแล้ว (เมื่อจะอนุโมทนา) ส่วนบุญที่สามเณรให้
ย่อมกล่าวว่า " ฉันขออนุโมทนา พ่อ." ก็ธรรมดาภิกษุทั้งหลาย ผู้สมบูรณ์

ด้วยศีล ย่อมเป็นที่รักของโลกพร้อมทั้งเทวโลก; เพราะฉะนั้น พวกเทวดา
ที่มีความละอาย มีความเคารพในสามเณร ย่อมสำคัญเธอเหมือนมหา-
พรหม และกองเพลิง. และย่อมเห็นนางยักษิณีนั้นเป็นที่น่าเคารพ เพราะ
คารวะในสามเณร; ในสมัยทั้งหลาย มีสมัยฟังธรรมและสมัยที่ยักษ์ประชุม
กันเป็นต้น อมนุษย์ทั้งหลายย่อมให้อาสนะที่ดี น้ำที่ดี อาหารที่ดี แก่นาง
ยักษิณี ด้วยคิดว่า " นางยักษิณีตนนี้ เป็นมารดาของสานุสามเณร" ยักษ์
ทั้งหลายแม้ที่มีศักดิ์ใหญ่ เห็นนางยักษิณีแล้ว ย่อมหลีกทางให้, ย่อมลุก
ขึ้นจากอาสนะ.

ยักษิณีเข้าสิงกายสามเณร


ครั้นสามเณรนั้นถึงความเจริญ มีอินทรีย์แก่กล้า ถูกความไม่ยินดี
ยิ่งบีบคั้น ไม่สามารถจะบรรเทาความไม่ยินดียิ่งลงได้ ปล่อยผมและเล็บ
ไว้ยาว มีผ้านุ่งและผ้าห่มมอมแมม ไม่แจ้งแก่ใครๆ หยิบบาตรจีวรขึ้น
แล้ว ได้ไปเรือนของมารดาลำพังคนเดียว. อุบาสิกาเห็นบุตรแล้วไหว้
กล่าวว่า " พ่อ ครั้งก่อน พ่อมาในที่นี้พร้อมกับอาจารย์และอุปัชฌายะ
หรือพร้อมกับภิกษุหนุ่มและสามเณร, เพราะเหตุไร ในวันนี้พ่อจึงมาคน
เดียวเล่า ?" เธอแจ้งความที่ตนกระสัน (ให้มารดาทราบ) แล้ว. อุบาสิกา
มีศรัทธา แม้แสดงโทษในฆราวาสโดยประการต่าง ๆ ตักเตือนบุตรอยู่
ก็ไม่อาจให้เธอยินยอมได้ (แต่) ก็ไม่เสือกไสไปเสีย ด้วยคิดว่า " ถึง
อย่างไร เธอพึงกำหนดได้แม้ตามธรรมดาของตน" กล่าวว่า " พ่อ โปรด
รออยู่จนกว่าฉันจะจัดยาคูและภัตเพื่อพ่อเสร็จ, ฉันจักนำผ้าชอบใจมา
ถวายแก่พ่อ ผู้ดื่มยาคู กระทำภัตกิจแล้ว" แล้วได้ตกแต่งอาสนะถวาย.
สามเณรนั่งลงแล้ว. อุมาสิกาจัดแจงยาคูและของเคี้ยวเสร็จโดยครู่เดียว