เมนู

ทุติยปัณณาสก์


นีวรณวรรควรรณนาที่ 1


อรรถถกถาอาวรณสูตร


พึงทราบวินิจฉัยในอาวรณสูตรที่ 1 แห่งทุติยปัณณาสก์ ดังต่อไปนี้:-
กิเลสทั้งหลายชื่อว่า อาวรณะ เพราะอำนาจปิดกั้น. ที่ชื่อว่า นิวารณะ
เพราะมีอำนาจกางกั้น. บทว่า เจตโส อชฺฌารุหา แปลว่า อันท่วมทับจิต
กิเลสชื่อว่า ทำให้ปัญญาหดถอยกำลัง เพราะกระทำวิปัสสนาปัญญาและ
มรรคปัญญาให้เสื่อมกำลัง ด้วยอรรถว่ากางกั้นมิให้เกิดขึ้น. อีกประการหนึ่ง
ชื่อว่า ทำปัญญาให้หดถอยกำลัง เพราะปัญญาที่คลุกเคล้าด้วยกิเลสเหล่านี้
เกิดขึ้น กิเลสเหล่านั้นทำปัญญานั้นเสื่อมกำลัง ดังนี้ก็มี. บทว่า อพลาย
ความว่า ชื่อว่าปราศจากกำลัง เพราะถูกนิวรณ์ 5 รึงรัดไว้. บทว่า อุตฺตรึ
วา มนุสฺสธมฺมา อลมริยญาณทสฺสนวิเสสํ
ความว่า ซึ่งญาณทัสสนะ
วิเศษที่สามารถกระทำความเป็นพระอริยเจ้าให้ได้ยิ่งไปกว่ามนุษยธรรมกล่าว
คือกุศลกรรมบถ 10 อย่าง.
บทว่า หารหาริณี คือ สามารถจะพัดพาสิ่งที่พอจะพัดพาไปได้.
บทว่า นงฺคลมุขานิ แปลว่า ปากเหมือง เพราะชนทั้งหลายเรียกปากเหมือง
เหล่านั้นว่า นังคลมุขานิ เพราะเหตุที่เขาเอาไถขุด ไถลงไปทำให้เป็นเหมือน
รอยไถไว้. ในบทว่า เอวเมว โข นี้ วิปัสสนาญาณพึงเห็นเป็นเหมือน
กระแสน้ำ เวลาที่ภิกษุละเลยสังวรในทวารทั้ง 6 พึงเห็นเหมือนเวลาเปิดปาก-
เหมืองทั้งสองข้าง เวลาที่ภิกษุถูกนิวรณ์ทั้ง 5 รึงรัดไว้ พึงเห็นเหมือนเวลา
ที่เมื่อเขาตอกหลักตันไม้กลางแม่น้ำแล้ว ทำทำนบกั้นด้วยใบไม้แห้ง หญ้าและ

ดินเหนียว น้ำก็ซัดซ่ายสร่านไป เวลาที่ภิกษุไม่สามารถจะกำจัดอกุศลทั้งปวง
ด้วยวิปัสสนาญาณแล้วบรรลุถึงสาคร คือทางนิพพานได้ พึงทราบเหมือนเวลา
ที่เมื่อเขาทำทำนบกั้นไว้อย่างนี้ น้ำที่หมดกำลังเชี่ยวไม่สามารถจะพัดพาเอา
หญ้าและใบไม้แห้งเป็นต้นไปถึงทะเลได้ ในธรรมฝ่ายดีพึงประกอบความเข้า
โดยตรงกันข้ามกับที่กล่าวแล้ว ในสูตรนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ทั้งวัฏฏะ
และวิวัฏฏะ.
จบอรรถกถาอาวรณสูตรที่ 1

2. ราสิสูตร


[52] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลเมื่อกล่าวว่า กองกุศล ดังนี้
จะกล่าวให้ถูกพึงกล่าวนิวรณ์ 5 และกองอกุศลทั้งสิ้นนี้ คือ นิวรณ์ 5 นิวรณ์
5 เป็นไฉน คือ กามฉันทนิวรณ์ พยาบาทนิวรณ์ ถีนมิทธนีวรณ์
อุทธัจจกุกกุจจนิวรรณ์ วิจิกิจฉานิวรณ์
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลเมื่อ
กล่าวว่า กองอกุศล ดังนี้ จะกล่าวให้ถูก พึงกล่าวนิวรณ์ 5 และกองอกุศล
ทั้งสิ้นนี้ คือ นิวรณ์ 5.
จบราสิสูตรที่ 2
สูตรที่ 2 มีเนื้อความง่ายทั้งนั้น.