เมนู

มคฺคามคฺคววตฺถานกถาวณฺณนา

[736] กุสโล ปนาติอาทีสุ กมฺมฏฺฐานโกสลฺลโยเคน กุสโลฯ ปริปกฺกญาณตาย ปณฺฑิโตฯ อาคมพฺยตฺติยา พฺยตฺโตฯ อุปกฺกิเลสตพฺพิโสธเนสุ อาทีนวานิสํสาวโพธโยคโต พุทฺธิสมฺปนฺโนฯ อยํ โข โสติ โย โส อาจริเยน กมฺมฏฺฐานทานกาเล อุทยพฺพยญาณุปฺปตฺติสมเย อุปฺปชฺชตีติ วุตฺโต, อยํ โข โส โอภาโส อุปฺปนฺโนติ อุปกฺกิเลสวตฺถุภาวววตฺถานํ ทสฺเสตฺวา อิทานิสฺส วิปสฺสนาย วิสยภาวูปนยนวิธิํ ทสฺเสนฺโต ‘‘โส โข ปนา’’ติอาทิมาหฯ ตตฺถ ปฐมนเย อนิจฺจลกฺขณวิภาวนเมว ทสฺสิตํ, ตสฺมิํ สิทฺเธ อิตรมฺปิ ลกฺขณทฺวยํ สิทฺธเมว โหติฯ ทุติยนเย ปน โอภาสาทิเก นิสฺสาย อุปฺปชฺชนกทิฏฺฐิคาหาทีนํ อุคฺฆาฏนสมุคฺฆาฏนปริยาทานวเสน มนสิการวิธิํ ทสฺเสตุํ ‘‘สเจ โอภาโส อตฺตา ภเวยฺยา’’ติอาทิ วุตฺตํฯ อรูปสตฺตเก ‘‘สเจ สงฺขารา อตฺตา ภเวยฺยุ’’นฺติอาทิ (วิสุทฺธิ. 2.721) สพฺพสงฺขารสงฺคณฺหนวเสน สามญฺญโต วุตฺตํ, อิธ โอภาสาทิวเสน สงฺขาเร วิภชฺช วุตฺตํฯ เสโส มนสิการวิธิ ตตฺถ วุตฺตนโยวาติ อาห ‘‘สพฺพํ อรูปสตฺตเก วุตฺตนเยน วิตฺถาเรตพฺพ’’นฺติฯ

โอภาสํ ‘‘เนตํ มมา’’ติ สมนุปสฺสนฺโต ตณฺหาคาหโต จิตฺตํ วิโสเธติ, ‘‘เนโสหมสฺมี’’ติ สมนุปสฺสนฺโต มานคาหโต, ‘‘น เมโส อตฺตา’’ติ สมนุปสฺสนฺโต ทิฏฺฐิคาหโตฯ เตนาห ‘‘โอภาสํ เนตํ มมา’’ติอาทิฯ เอส นโย ญาณาทีสุปิฯ

อิมานิ ทส ฐานานีติ อิมานิ ยถาวุตฺตานิ โอภาสาทีนิ ทส อุปกฺกิเลสการณานิฯ ปญฺญา ยสฺส ปริจฺจิตาติ ยสฺส โยคิโน ปญฺญา โอภาสาทีสุ อนิจฺจตาทิคฺคหณวเสน ปริจิตวตี ปริคฺคเหตฺวา อุปปริกฺขิตฺวา ฐิตาฯ ธมฺมุทฺธจฺจสฺส สมคฺคภาวชานเนน ธมฺมุทฺธจฺจกุสโล โหติ

วีถิปฏิปนฺนนฺติ อุทยพฺพยานุปสฺสนาวเสน วิปสฺสนาวีถิปฏิปนฺนํฯ

ทิฏฺฐิวิสุทฺธิยนฺติ ทิฏฺฐิวิสุทฺธิยํ อธิคตายํ, ทิฏฺฐิวิสุทฺธิญาเณน วา ทิฏฺฐิยา วิโสธเน ทุกฺขสจฺจสฺส ววตฺถานํ กตํ โหติ ทุกฺขสจฺจปริยาปนฺนสฺส นามรูปสฺส ววตฺถานโตฯ นามรูปสฺส ปจฺจยา นามรูปสมุทยปกฺขิยาติ อาห ‘‘กงฺขา…เป.… สมุทยสจฺจสฺส ววตฺถานํ กต’’นฺติฯ อภิธมฺมนเยน หิ สพฺพกิเลสา, กมฺมญฺจ สมุทยสจฺจํฯ อิมิสฺสนฺติ อิมายํฯ สมฺมาติ อวิปรีตํฯ มคฺคสฺสาติ อริยมคฺคสฺส อุปายภูตมคฺคสฺสฯ

มคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิสุทฺธินิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตาฯ

อิติ วีสติมปริจฺเฉทวณฺณนาฯ

21. ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธินิทฺเทสวณฺณนา

อุปกฺกิเลสวิมุตฺตอุทยพฺพยญาณกถาวณฺณนา

[737] วิปสฺสนาจารสฺส มตฺถกปฺปตฺติยา สงฺขารุเปกฺขาญาณํ สิขาปฺปตฺตา วิปสฺสนาฯ สิขาปฺปตฺติ ปนสฺส อุทยพฺพยญาณาทีนํ อตฺตฏฺฐมานํวเสน ชาตาติ อาห ‘‘อฏฺฐนฺนํ ปน ญาณานํ วเสน สิขาปฺปตฺตา วิปสฺสนา’’ติฯ โอฬาริโกฬาริกสฺส สจฺจปฏิจฺฉาทกโมหตมสฺส วิคมเนน สจฺจปฺปฏิเวธานุกูลตฺตา ‘‘สจฺจานุโลมิกญาณ’’นฺติ อนุโลมญาณมาหฯ ตานิ ปน ญาณานิ สรูปโต ทสฺเสตุํ ‘‘อฏฺฐนฺนนฺติ จา’’ติอาทิ อารทฺธํฯ ตตฺถ อุทยพฺพยทสฺสเนน สงฺขารานํ อนิจฺจลกฺขณํ, ตทนุสาเรน อิตรลกฺขณานิ จ วิภาเวนฺตีเยว อุทยพฺพยานุปสฺสนา ปวตฺตตีติ กตฺวา ‘‘วีถิปฏิปนฺนวิปสฺสนาสงฺขาตํ อุทยพฺพยานุปสฺสนาญาณ’’นฺติ วุตฺตนฺติ เกจิฯ ตยิทํ ตสฺส สพฺพโส ตีรณปริญฺญาภาวเมว มญฺญมาเนหิ วุตฺตํฯ กิญฺจาปิ หิ อุทยพฺพยญาณํ ตีรณปริญฺญนฺโตคธเมว, อุทยพฺพยาทีนํ ปน ชานนฏฺเฐน, ปจฺจกฺขโต ทสฺสนฏฺเฐน จ ญาณทสฺสนานิ, อุทยพฺพยญาณาทีนิฯ ตานิเยว ปฏิปกฺขโต วิสุทฺธตฺตา ญาณทสฺสนวิสุทฺธิ, สา เอว อริยมคฺโค ปฏิปชฺชติ เอตายาติ ปฏิปทา จาติ ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธีติ วุตฺตํฯ ตํ ปน อุปฺปนฺนมตฺตํ อปฺปคุณํ สนฺธาย วุตฺตํฯ ปคุณญฺหิ นิจฺจสญฺญาทิปหานสิทฺธิยา ปหานปริญฺญาย อธิฏฺฐานภูตํฯ ยโต ตทวิคเมน อฏฺฐารสสุ มหาวิปสฺสนาสุ เอกจฺจา อธิคตา เอว โหนฺติฯ น หิ อุทยพฺพยานํ ปจฺจกฺขโต ปฏิเวเธน วินา สามญฺญาการานํ ตีรณมตฺเตน สาติสยํ ปฏิปกฺขปหานํ สมฺภวติฯ อสติ จ ปฏิปกฺขปหาเน กุโต ญาณาทีนํ วชิรมิว อวิหตเวคตา, ติขิณวิสทาทิตา วาฯ ตสฺมา ปคุณภาวปฺปตฺตํ อุทยพฺพยญาณํ ปหานปริญฺญาปกฺขิยเมว ทฏฺฐพฺพํฯ สพฺพสงฺขารานํ ภงฺคสฺเสว อนุปสฺสนา ภงฺคานุปสฺสนา, ตเทว ญาณํ ภงฺคานุปสฺสนาญาณํฯ ยถาภูตทสฺสาวี ภายติ เอตสฺมาติ ภยํ, เตภูมกธมฺมา, เตสุ ภยโต อุปฏฺฐิเตสุ ภายิตพฺพาการคาหิญาณํ ภยตุปฏฺฐานญาณํฯ มุญฺจิตุํ อิจฺฉตีติ มุญฺจิตุกมฺยํ, จิตฺตํ, ปุคฺคโล วา, ตสฺส ภาโว มุญฺจิตุกมฺยตา , ตเทว ญาณํ มุญฺจิตุกมฺยตาญาณํฯ ปุน ปฏิสงฺขานากาเรน ปวตฺตํ ญาณํ ปฏิสงฺขานุปสฺสนาญาณํฯ นิรเปกฺขตาย สงฺขารานํ อุเปกฺขนวเสน ปวตฺตญาณํ สงฺขารุเปกฺขาญาณํฯ ตสฺมาติ ยสฺมา อุปกฺกิเลสวิมุตฺตํ อุทยพฺพยญาณาทินววิธญาณํ ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธิ, ตสฺมาฯ

[738] ‘‘อุปกฺกิเลสวิมุตฺต’’นฺติ วิเสสเนน วิภาวิตมตฺถํ อนวพุชฺฌนฺโต โจทโก ‘‘ปุน อุทยพฺพยญาเณ โยโค กิมตฺถิโย’’ติ ปุจฺฉติฯ ตตฺถ กิมตฺถิโยติ กิํ ปโยชโน นิรตฺถโก, ปเคว นิพฺพตฺติตตฺตา ปกฺกสฺส ปจนํ วิยาติ อธิปฺปาโยฯ อถ วา ลกฺขณสลฺลกฺขณาทิเหตุปฏิปาฏิคฺคหณวเสน ตมตฺถํ ญาเปตุกาโม อาจริโยว กเถตุกมฺยตาวเสน ‘‘กิมตฺถิโย’’ติ ปุจฺฉติฯ ลกฺขณสลฺลกฺขณตฺโถติ อนิจฺจาทิลกฺขณานํ สมฺมเทว อุปธารณตฺโถฯ ตตฺถ การณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อุทยพฺพยญาณํ หี’’ติอาทิมาหฯ นนุ จ อุทยพฺพยญาณํ นาม สงฺขารานํ อุทยพฺพยเมว ปสฺสติ, น อนิจฺจาทิลกฺขณตฺตยํ, เตน กถํ อนิจฺจตาทิลกฺขณตฺตยสลฺลกฺขณํ โหตีติ? น โข ปเนตํ เอวํ ทฏฺฐพฺพํ ‘‘อุทยพฺพยญาณํ ลกฺขณตฺตยวิสยํ โหตี’’ติฯ อุทยพฺพเย ปน ปฏิวิทฺเธ อนิจฺจลกฺขณํ ปากฏํ หุตฺวา อุปฏฺฐาติฯ ตโต ‘‘ยทนิจฺจํ, ตํ ทุกฺขํฯ ยํ ทุกฺขํ, ตทนตฺตา’’ติ (สํ. นิ. 3.15; 45, 77; 4.1, 4; ปฏิ. ม. 2.10) อิตรลกฺขณมฺปิฯ อถ วา อุทยพฺพยคฺคหเณน หุตฺวา อภาวากาโร, อภิณฺหสมฺปฏิปีฬนากาโร, อวสวตฺตนากาโร จ วิภูตตโร โหตีติ การณภาเวน อุทยพฺพยญาเณ โยคสฺส ลกฺขณตฺตยสลฺลกฺขณตฺถตา เวทิตพฺพา, น สมฺมุเขเนวฯ เหฏฺฐาติ มคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิสุทฺธิโต เหฏฺฐาฯ ตญฺหิ โอภาสาทิอุปฺปตฺติเหตุตาย ติกฺขํ วิสทํ หุตฺวา ปวตฺตมฺปิ ทิฏฺฐิอาทีหิ อุปกฺกิลิฏฺฐตฺตา กุณฺฐํ อวิสทเมว ชาตํฯ เตนาห ‘‘ทสหิ…เป.… นาสกฺขี’’ติฯ

[739] อมนสิการาติ เหตุมฺหิ นิสฺสกฺกวจนํฯ ‘‘กิสฺส อมนสิการา’’ติ หิ อิทํ ‘‘เกน ปฏิจฺฉนฺนตฺตา’’ติ ปุจฺฉิตสฺส ปฏิจฺฉาทกสฺส เหตุปุจฺฉาฯ สนฺตติยา หิสฺส ปฏิจฺฉนฺนตฺตา อนิจฺจลกฺขณํ น อุปฏฺฐาติ, สา จ สนฺตติ อุทยพฺพยามนสิกาเรน ปฏิจฺฉาทิกา ชาตาฯ อิริยาปเถหิ ปฏิจฺฉนฺนตฺตา ทุกฺขลกฺขณํ น อุปฏฺฐาติ, เต จ อิริยาปถา อภิณฺหสมฺปฏิปีฬนามนสิกาเรน ปฏิจฺฉาทกา ชาตาฯ